<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัชชาประชาชนภาคใต้ยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมือง 4 ด้าน เน้น ‘ความมั่นคงด้านชีวิต-อาหาร-เศรษฐกิจ-ชุมชนเข้มแข็ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นครศรีธรรมราช/ เครือข่ายประชาชนภาคใต้จัดงานสมัชชาประชาชนฯ &amp;nbsp;&amp;lsquo;คนทุกข์ลุก-รุกสร้างสุข&amp;rsquo; และจัดทำข้อเสนอ &amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน&amp;rsquo; เสนอต่อพรรคการเมืองเพื่อให้นำไปจัดทำเป็นนโยบายและแผนพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; เน้นยุทธศาสตร์ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ความมั่นคงด้านชีวิต-อาหาร-เศรษฐกิจ-ชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม&amp;nbsp; เครือข่ายภาคประชาชนในภาคใต้&amp;nbsp; ในนาม &amp;lsquo;สมัชชาประชาชนภาคใต้&amp;rsquo; ได้จัดงาน สมัชชาประชาชนภาคใต้ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คนทุกข์ ลุก-รุกสร้างสุข&amp;rsquo; ที่ห้องประชุมเมืองสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.เมือง &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; เพื่อเป็นเวทีกลางให้ประชาชนได้เรียนรู้สถานการณ์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อประชน&amp;nbsp; ตั้งเป้าหมายให้ประชาชนกำหนดอนาคตตนเอง&amp;nbsp; และยกระดับเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยคุกคามภาคใต้ &amp;nbsp;รวมทั้งร่วมเสนอยุทธศาสตร์ภาคประชาชน 4 ด้าน&amp;nbsp; เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ นำไปจัดทำเป็นนโยบายและแผนพัฒนาประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนจากเครือข่ายต่างๆ ในภาคใต้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.ณัฐพงษ์&amp;nbsp; จิตรนิรัตน์ &amp;nbsp;คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ &amp;nbsp;ประธานจัดงานสมัชชาประชาชนภาคใต้ฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาภาคใต้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;รัฐมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของระบบทุนนิยมเสรีเป็นสำคัญ &amp;nbsp;และได้ออกแบบเพื่อสนองการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและบริการ&amp;nbsp; ภายใต้แผนพัฒนาต่างๆ &amp;nbsp;เช่น แผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ &amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ &amp;nbsp;และกำลังจะมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจเพิ่มเข้ามา &amp;nbsp;รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ต้องการนำไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานศักยภาพที่มีอยู่ของพื้นที่&amp;nbsp; และยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;แนวทางเหล่านี้จะนำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;แหล่งผลิตอาหาร วิถีชีวิต วัฒนธรรม &amp;nbsp;ภูมิปัญญา &amp;nbsp;และการดำรงชีวิตของประชาชนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด&amp;nbsp; ยิ่งไปกว่านั้นคือความคิดต่าง และความไม่เข้าใจกันระหว่างประชาชนด้วยกันเอง &amp;nbsp;และกับภาครัฐ &amp;nbsp;จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิชุมชน &amp;nbsp;สิทธิมนุษยชน และความไม่เป็นธรรมในสังคม&amp;nbsp; ซึ่งจะกลายเป็นความเหลื่อมล้ำมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รศ.ดร.ณัฐพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากสภาพปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย &amp;nbsp;เครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; กลุ่มประเด็นปัญหา &amp;nbsp;กลุ่มศิลปิน กลุ่มนักวิชาการ และสื่อมวลชนกว่า&amp;nbsp; 60 เครือข่าย &amp;nbsp;ได้รวมตัวกันเป็น &amp;ldquo;สมัชชาประชาชนภาคใต้&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้ทุกภาคส่วนได้ใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หาแนวทางแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;เฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาภาคใต้ &amp;nbsp;และสร้างรูปธรรมการพัฒนาที่สอดคล้องเหมาะสม และหวังที่จะสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคประชาชนอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต ซึ่งหมายถึงอนาคตที่ประชาชนจะต้องกำหนดได้เอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนต้องจับมือกันเพื่อลุกขึ้นมาดูแล &amp;nbsp;ปกป้องแผ่นดินของตนเอง &amp;nbsp;เราหวังว่าสมัชชาประชาชนภาคใต้ &amp;nbsp;จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางให้ประชาชนมีเวที&amp;nbsp; มีที่ยืน&amp;nbsp; และมีตัวตนในการพัฒนาประเทศ&amp;rdquo; ประธานจัดงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp; มีเวทีวิชาการ&amp;nbsp; การแสดงศิลปะวัฒนธรมพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งการร่วมกันเสนอและจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาของภาคประชาชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนำเสนอต่อพรรคการเมืองต่างๆ ที่มาร่วมงานจำนวน 11 พรรค&amp;nbsp; ให้นำไปประกอบการจัดทำนโยบายและเป็นแผนพัฒนาประเทศหลังจากที่พรรคการเมืองได้เข้าไปบริหารประเทศแล้ว &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ประชาชนภาคใต้จะต้องมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.เร่งรัดให้มีการออกพระราชบัญญัติโฉนดชุมชนที่ประชาชนร่วมกันยกร่าง&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้มีสิทธิในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ที่ทำกิน &amp;nbsp;บนหลักสิทธิร่วมของชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้งให้มีกลไกเพื่อแก้ปัญหาที่ดินของรัฐแต่ละประเภท โดยมีตัวแทนผู้เดือดร้อนอยู่ในกลไกดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.สนับสนุนการกระจายการถือครองที่ดิน &amp;nbsp;ที่ทำกิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชาชน &amp;nbsp;โดยผลักดัน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิในที่ดิน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. สนับสนุนให้ประชาชนทุกครัวเรือนได้มีที่อยู่อาศัย หรือพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีคุณภาพที่ดี&amp;nbsp; โดยภาคประชาชนเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4. สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐอย่างทั่วถึงถ้วนหน้า โดยกำหนดเป็นกฎหมายว่าด้วย &amp;ldquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนในการจัดสวัสดิการด้วยตนเอง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;5. กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเลและชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธ์ที่กำลังถูกรุกรานจากการท่องเที่ยว &amp;nbsp;และจากการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp; 2 : สร้างความมั่นคงทางอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.ต้องยุติ &amp;nbsp;เพื่อทบทวน และยกเลิกโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบสภาวะอากาศ พื้นที่แหล่งผลิตอาหาร และวิถีชีวิตชุมชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โรงงานผลิตไฟฟ้าถ่านหิน &amp;nbsp;โครงการท่าเรือน้ำลึก &amp;nbsp;โครงการสร้างเขื่อน &amp;nbsp;รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษและโครงการระเบียงเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชนให้มีการอนุรักษ์ &amp;nbsp;พื้นฟู &amp;nbsp;และเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารและยาตามธรรมชาติ &amp;nbsp;โดยจัดทำแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งคนและสัตว์4.สนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืนให้กับชาวสวนยาง &amp;nbsp;สวนปาล์ม &amp;nbsp;สวนผลไม้&amp;nbsp; และนาข้าว&amp;nbsp; 5.คุ้มครองสิทธิด้านเมล็ดพันธุ์ และพันธุ์ไม้พื้นเมือง &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากบนฐานศักยภาพท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1. ประกาศเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องกำหนดมาตรการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาพันธุกรรม ส่งเสริมปัจจัยการผลิต การแปรรูปที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;จัดหาตลาด&amp;nbsp; และให้เกษตรรายย่อยเข้าถึงการอุดหนุนจากรัฐอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. พัฒนาระบบวิสาหกิจชุมชน จัดกลไกการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมและยกระดับวิสาหกิจของชุมชนอย่างเป็นระบบในทุกด้าน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้านการจัดการผลิต &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับฐานทรัพยากรและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. แก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 &amp;nbsp;มาตราที่ส่งผลกระทบกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และวิถีการประกอบอาชีพของประมงพื้นบ้าน &amp;nbsp;รวมถึงการรับรองการจดทะเบียนเรือชาวประมงพื้นบ้านทุกประเภท และทุกพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ยกเลิกเครื่องมือประมงที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรืออวนลาก เรือปั่นไฟ และต้องประกาศการปิดอ่าวในฤดูปลาวางไข่ทุกพื้นที่&amp;nbsp; 5. สนับสนุนแนวคิดธนาคารต้นไม้ &amp;nbsp;โดยต้นไม้ที่ประชาชนปลูกถือเป็นสิทธิและทรัพย์สินที่สามารถกำหนดเป็นมูลค่า ซึ่งรัฐจะต้องจัดตั้งองค์กรเพื่อการจัดการในลักษณะกองทุนธนาคารต้นไม้ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp; 4 : ด้านการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง&amp;nbsp; เพื่อเป็นการสร้างฐานรากการเมืองในระบบประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ฟื้นฟูกลไกของภาคประชาชนที่ถูกเทรกแซง &amp;nbsp;ถูกลดบทบาท หรือถูกยกเลิกไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา และต้องออกแบบเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมขบวนการของภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคมอย่างแท้จริง และจะต้องให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาชนในการกำหนดแผนการพัฒนาในระดับชุมชน จนถึงแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ไม่แค่เพียงการเข้าร่วม &amp;nbsp;หากแต่จะต้องมีส่วนร่วมในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.จัดให้มีกองทุนภาคประชาสังคม ที่ทำหน้าที่สนับสนุนขบวนการองค์กรชุมชนเพื่อการจัดการชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้ในทุกมิติ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ การจัดการผลผลิต การท่องเที่ยวชุมชน การรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของผู้สูงอายุ เยาวชน ผู้หญิง และการพัฒนาระบบสุขภาวะ การจัดการภัยพิบัติของชุมชน และอื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้สมัชชาประชาชนภาคใต้มีความเห็นว่า&amp;nbsp; ปัจจัยที่จะทำให้ข้อเสนอดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จได้นั้นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการเมืองในระบบประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่ฝ่ายการเมืองจะต้องส่งเสริมให้การเมืองภาคพลเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น &amp;nbsp;มีการบริหารประเทศแบบการกระจายอำนาจที่เป็นการลดอำนาจรัฐ &amp;nbsp;เพิ่มอำนาจประชาชน &amp;nbsp;โดยต้องแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;และไม่เอื้อต่อการปฏิบัติ และจะต้องคำนึงถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริงในทุกระดับขั้นตอน &amp;nbsp;ซึ่งพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลจะต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะนำข้อเสนอนี้ไปสู่การปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เพื่อให้ข้อเสนอดังกล่าวมีการนำไปสู่การปฏิบัติและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม สมัชชาประชาชนภาคใต้จึงมีมาตรการขับเคลื่อนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.หลังการเลือกตั้งไม่เกิน 3 เดือน &amp;nbsp;สมัชชาประชาชนภาคใต้จะจัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;และจะเชิญตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp; เพื่อถามถึงแนวนโยบายและแนวทางการนำข้อเสนอดังกล่าวสู่การปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.จัดให้มีกลไกการขับเคลื่อน และติดตามข้อเสนอร่วมกันระหว่างตัวแทนของสมัชชาประชาชนฯ กับผู้แทนของรัฐบาล &amp;nbsp;3.สมัชชาประชาชนฯ จะจัดให้มีการประชุมคณะทำงานสมัชชาฯทุกปี เพื่อจัดทำรายงานประเมินผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทบทวนและสร้างข้อเสนอใหม่ที่ทันต่อสถานการณ์ปัญหาเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและนำไปสู่การแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30568</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, มหาวิทยาลัยทักษิณ, ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน, รศ.ดร.ณัฐพงษ์  จิตรนิรัตน์, สมัชชาประชาชนภาคใต้, ‘คนทุกข์ลุก-รุกสร้างสุข’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e49470b2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
